รำลึกยุทธภพไม่ครบสลึง (Yulgang)

 

วันนี้ขออัพเอนทรี่ตามใจตัวเองหน่อยละกัน เอนทรี่นี้คงไร้สาระ สุด ๆ จริงๆ  นั่นแหละ

เหตุสืบเนื่องของเอนทรี่นี้ มันมาจากที่น้องเราอุตส่าห์แอบไปสมัครไฮห้าให้ (กลัวพี่สาวติด "โบ" ซะงั้น) เพราะน้องสมัครให้จะไม่ทำอะไรกับมันเลยก็ดูแปลก ๆ วันนี้เลยลอง ๆ เข้าไปศึกษาดู เอารูปลงพอเป็นมารยาท (แต่ไม่ใช่รูปตัวเองแน่ ๆ 555+)  ซึ่งรูปที่เอาลงเป็นรูปที่เราถ่ายไว้นานแระ ตอนสมัยยังเป็น "ละอ่อน" ท่องยุทธจักรครบสลึงอยู่  ตอนเอามาดูอีกครั้งรู้สึกเลยว่า รูปถ่ายมันเก็บเรื่องราวของเรา ณ ห้วงเวลานั้นได้ดีจริง ๆ เพราะเพียงแค่มองดู ก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองย้อนเวลากลับไปในเวลานั้นยังงั้นแหละ แม้มันจะเป็นรูปจากในเกมก็ตาม

วันนี้ก็เลยคัดรูปตลก ๆ ที่เราเห็นแล้ว ก็ เอ้อ ทำไปได้มาให้ดูนิด ๆ ไว้คลายเครียดกัน (ประมาณนั้น) โดยเราแต่งโฟโต้ชอปเพิ่มนิดหน่อยด้วย แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่า ฝีมือโฟโต้ชอบเราอนุบาลมาก มีปัญหาเรื่องทำกรอบคำพูดอย่างแรง คือทำมันเป็นอยู่แบบเดียว -*- ผู้รู้คนไหนมาอ่านแล้วช่วยสอนการทำกรอบคำพูดแบบต่าง ๆ ให้หน่อยจะเป็นพระคุณมากเลยค่ะ

 พล่าม ฝอยมาเยอะแระ มาดูกันเลยดีหว่าค่ะ

YULGANG ไม่ครบบาท  วันนี้ภูมิใจเสนอ แต่น แต้น แต๊น "จอมยุทธเดินทางไกล" (ชื่อเห่ยซะไม่มี จริง ๆ มันคือกิจกรรมยามเบื่อการ party อ่ะนะ)

หากท่านจอมยุมธทั้งหลายรู้สึกเบื่อ เมื่อยล้า ไม่มีอะไรทำ เราขอนำเสนอกิจกรรมจอมยุทธ์เดินทางไกลให้ท่านได้ลองกัน วิธีง่ายมาก

1. ตั้งขบวนแถวเรียงหนึ่งโดยพร้อมเพรียงกัน แล้วก็กำหนดจุดหมายต้นทาง-ปลายทางตามแต่ใจอยาก ในทีนี้ (ตอนนั้น) เราตั้งขบวนแถวกัน ณ เวที แห่งชินมู ปลายทางการเดินทางไกล คือ พรรคต้นหลิว

2. พอทุกคนกายพร้อม ใจพร้อม ส่วนสมองไม่ต้องเอามาก็ได้งานนี้วัดใจกันอย่างเดียว เหอ ๆ ก็เริ่มเดิน ขอเน้นว่า เดิน กันไปตามแถวอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะโดนอะไรตอด อะไรกัด อะไรตบ ก็ต้องแข็งใจไว้

3. แต่จอมยุทธที่ว่าแน่ก็แพ้เสือชินมู *3 กร๊ากกกก เกือบเอาชีวิตไม่รอดเลยตอนนั้น 555+

4. ตั้งสติได้ใหม่ ก็อย่าลืมมาตั้งแถวใหม่ให้เรียบร้อยนะจ้ะ ยุทธภพใจเป็นหนึ่งเดียว เย้ (ออกแนวตายหมู่มากมาย)

5. เดินมาถึงเมืองก็จบกิจกรรม คริคริ ท่านจอมยุทธ์อาจคลายเส้นแบบเพื่อนๆ  เราโดยการชกเสือต้นหลิวเล่นซะงั้น...เพื่ออะไรเนี่ย

จบแล้วหล่ะจ้ะ ภาพที่เราถ่ายมา เอ่อ ทำไปได้เนอะ ช่างกล้า

 

The Mist เพราะมีอะไรมากกว่าในหมอก (สปอยล์นิด ๆ ตอนจบ)

คำชี้แจง: บทความในบล็อกนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก สาระเป็นรอง โดยผู้เขียนใช้วิจารณญาณ ความคิดส่วนตัวโดยเฉพาะ จึงเป็นไปได้ที่คิดออกมาแล้วจะผิด เพราะชั้นไม่ใช่พระเจ้า! หากผู้ใดไม่เห็นด้วยสามารถอภิปรายแบบสุภาพได้ตามอัธยาศัย  ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใดคัดลอกบทความนี้ไปเผยแพร่ที่อื่น แต่ถ้าถูกใจและอยากจะเอาไปจริง ๆ ก็โปรดกรุณาให้เครดิตด้วย ขอให้อ่านให้สนุก

 

ไปดูมาแล้วในฐานะสาวกหนังสยองขวัญ และชื่นชอบพี่คิงมาระดับนึงพี่คิง แม้จะมีความเสี่ยงกับเครดิตที่ว่า หนังสือพี่แกก็อ่านแล้วดีนะ แต่ทำไมหนังที่สร้างมาแต่ละเรื่องส่วนใหญ่จะแลดูห่วย (ทำไมหว่า?) ก็ยังอดใจไม่ได้ที่จะเสี่ยงไปดูเรื่องนี้อีกสักครา ซึ่งผลที่ออกมา...ดีแหะ!!!

The Mist Theatrical Trailer

"The Mist มฤตยูหมอกกินมนุษย์" เรื่องนี้เกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง หลังจากที่เกิดพายุลูกใหญ่ทำความเสียหายบ้านเรือน ผู้คนในเมืองส่วนหนึ่งต่างพากันมุ่งหน้าไปจับจ่ายซื้อของใช้ที่จำเป็น ณ ที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น และพบว่าตนต้องติดอยู่ในหมอกประหลาดที่ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ คงจะไม่มีอะไรหากหมอกมรณะไม่ได้นำพาสัตว์ประหลาดที่แฝงกายรอคร่าชีวิตของทุกคนที่ย่างก้าวเข้าไปในหมอกนั้น

The Mist เป็นหนังสยองขวัญที่เน้นหนักประเด็นเนื้อหาไปในเรื่อง "ความกลัว" กับ "สันดานแท้ของมนุษย์" โดย "ความกลัว" สามารถทำให้คนเราขาดสติ และเลือกที่จะทำอะไรก็ได้เพื่อให้หลุดพ้นจากห้วงอารมณ์ที่ไม่แน่นอน ไม่มั่นคง รวมถึงการหันเหไปยึดเหนี่ยวกับความเชื่อ หรือการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างได้ภายในเสี้ยววินาที โดยไม่คิดไตร่ตรองใด ๆ  ซึ่งปัจจัยหลายอย่างใน The Mist ก็เปรียบเสมือนสารเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ที่ช่วงเร่ง "ความรู้สึกกลัว" ของมนุษย์ให้ถึงขีดสุดออกมา ยกตัวอย่างเช่น ทัศนียภาพที่มองไม่เห็น (เพราะหมอก), ความไม่รู้ (ว่าเกิดอะไรขึ้น), พื้นที่ที่จำกัด (ติดอยู่ในซุปเปอร์) เป็นต้น ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ไปปลุก (ขออนุญาตเรียก/ใช้ว่า) "สันดานดั้งเดิม" ที่มนุษย์มีติดตัวมาเหมือนกับสัตว์ทั่ว ๆ ไป

"...you throw people in the dark, you scare the shit out of them - no more rules"

                                                                         David Drayton - The Mist

"...คุณทิ้งคนไว้ในที่มืด แล้วคุณทำให้พวกเขากลัวหัวหด - ไม่มีเหตุผล/กฏเกณฑ์อีกต่อไป"

                                                                      เดวิด  เดรย์ตัน - มฤตยูหมอกกินมนุษย์

(หมายเหตุ: ถ้าแปลตามซับไตเติ้ลในโรงเขาจะแปลว่า "พวกเขาจะเริ่มแบ่งฝ่าย และฆ่ากัน" แต่เราชอบแบบแปลดั้งเดิมมากกว่า ถ้าแปลไม่ค่อยดีขอโทษด้วยค่ะ คนใช้ภาษาไทยเก่ง ๆ สามารถคอมเม้นท์ให้คำแนะนำได้ตามสบายเลยจ้ะ จะยินดีเป็นอย่างมาก)

สถานการณ์ใน The Mist ทำให้มนุษย์กลุ่มที่ติดอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ถ้ำสมัยก่อน ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติภายนอก และมี "ความกลัว" ในสิ่งที่ "ไม่รู้" อยู่เต็มเปี่ยม  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม คาแรคเตอร์อย่าง "ป้าคลั่งศาสนา" ที่ตอนแรกใคร ๆ ต่างพากันว่า เสียสติ ถึงได้กลายเป็นแกนนำทางความเชื่อให้คนยึดเหนี่ยวเป็นที่พึ่งในตอนหลัง แถมในส่วนเรื่องตรรกะ เป็นเหตุเป็นผลที่แต่ละคนใช้เจรจา หรือใช้ในการตัดสินใจตั้งแต่ต้นเรื่องก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ  จนสุดท้ายก็เหลือเพียงแต่ ความเชื่อ กับความรุนแรง แบบที่ปรากฏอยู่ในหนัง

อย่างไรก็ตาม  The Mist ก็มีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจที่นำเสนอมาผ่านสถานการณ์ภายในหนัง นั่นคือประเด็นเรื่อง "ความหวัง" ที่มนุษย์คนหนึ่งพึง 'กล้า' จะมีให้กับตัวเอง  ซึ่งสถานการณ์ในหนังที่ดูจะเลวร้าย ไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก (เราว่าก็คงพอ ๆ กับสภาพสังคมในปัจจุบันเลยละมั้ง แย่พอ ๆ กัน) หากมีความหวัง+ความกล้าอยู่ ทางที่ดูเหมือนตัน มันก็ต้องมีทางเล็ก ๆ ไปต่ออีกจนได้ ซึ่งประเด็นนี้จะเห็นได้ชัดมากในตอนจบ ที่เราค้นพบว่า ผู้หญิงที่ตัดสินใจออกจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเข้าไปในหมอก โดยไม่ฟังคำทัดทานของคนอื่นๆ  ตั้งแต่ต้นเรื่อง เพราะใจเป็นห่วงลูกที่อยู่ที่บ้าน สุดท้าย เธอรอด!!! ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะคนส่วนใหญ่ที่ออกไปมักจะไม่รอด และถ้ายิ่งเทียบกับในกรณีของพระเอกในตอนจบแล้วด้วย มันก้ช่าง....เฮ้อ

โดยรวมแล้วเราถือว่า The Mist คุ้มค่าเงินที่ไปดู แม้จะไม่ใช่หนังประเภทเลือดสาด ชิ้นส่วนกระจาย ตายเกลื่อนให้เห็นอย่างโฉ่งฉ่าง ละลานตา แถมมีการดำเนินเรื่องแบบเรื่อย ๆ อีกต่างหาก แต่ตัวหนังก็ฝากอะไรให้เก็บมาคิดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  ณ ปัจจุบันที่นั่งพิมพ์ เราก็ยังคิดอยู่ว่าหากเป็นเราที่อยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เราจะตัดสินใจ และทำอย่างไร เราจะเป็นตัวประกอบอดทน (ตายไว) หรือเป็นหนึ่งในตัวเอก (ที่ได้รับสิทธิ์ตายช้า) เป็นต้น ที่รู้ ๆ หมอกมรณะที่หนาจนมองไม่เห็นอะไร และแฝงอันตรายไว้ ดูไปแล้วยังไม่เท่าก้นบึ้งของมนุษย์ที่พร้อมจะเป็นมิตร แต่ก็พร้อมที่จะเอาขวานจามหัวคุณได้ในวินาทีต่อมาเพื่อตัวเองในทันทีเหมือนกัน...มนุษย์ช่างเป็นหนึ่งในสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดในจักรวาล!!!

แถมท้ายความรู้ fog and mist

รู้ไหมว่า คำว่า fog กับ mist ต่างกันยังไง ซึ่งถ้าเปิดดิกชันนารีดู เราจะพบว่า ทั้งสองคำแปลว่า "หมอก" เหมือนกัน  ซึ่งความต่างของการใช้นั้นขึ้นอยู่กับสภาพการมองเห็นจ้ะ  ถ้าสามารถมองเห็นได้ในระยะ 1 กม. จะเป็น fog แต่ถ้าสภาพมองเห็นได้ 1-2 กม. จะเป็น mist จ้ะ พูดง่ายๆ  คือ fog จะมีความหนากว่า mist นั่นเอง

เครดิตความรู้ fog and mist: http://www.rcn27.dial.pipex.com/cloudsrus/mistnfog.html

The Mist Trailer (อีกแบบ)

 

ป.ล. ตอบจบในหนัง กับหนังสือนั้นไม่เหมือนกัน โดยพี่คิงชอบตอนจบที่ผู้กำกับคนนี้จัดมาเหมือนกัน แต่เพราะตอนเขียนหนังสือพี่แกคิดตอนจบไม่ออก เลยจบแบบที่ผู้อ่านรู้ ๆ กัน

ป.ล.2 ใครเคยอ่านหนังสือ Dark Tower รบกวนช่วยคอมเม้นท์บอกเล่าเก้าสิบกันนิดนึงหน่อยค่ะ ว่าสนุกไหม แม้เราจะเป็นสาวกพี่คิง แต่ไม่ได้คิดจะตามอ่านทุกเรื่อง ...แป่ว

ป.ล.3 หนังสือเรื่อง The Cell ของพี่คิงก็จะถูกสร้างเป็นหนังเหมือนกัน บอกตามตรงหนังสือเรื่องนี้เนื้อเรื่องน่าสนใจมาก ถ้าสร้างเป็นหนังเราก็คงอยากดู  เสียดายที่หนังสือเวอร์ชั่นภาษาไทยแปลได้แย่มาก

ป.ล.4 ฝากถึงเพื่อน ๆ ที่ไปดู The Jumper ด้วยกันว่า ช้านว่าเรื่องนี้คุ้มเงินกว่า The Jumper หล่ะ เหอ ๆ

ป.ล.5 ชักอยากดู The Happening ของ M Knight ไม่รู้พี่แกจะมามุกไหนอีก

ป.ล.6 อยากดู Step Up2: Street เพราะช่วงนี้ติดเกมฮิปสตรีท ....กร๊ากกกกก

เก็บตกเรื่องราว Thailand Gaming Show 2008 Part III

หลังจากอัพรูปให้ยลไปแล้ว เอนทรี่นี้ขอเม้าท์เรื่องในงานที่ได้ไปสัมผัสบ้างละกันนะจ้ะ (อาจมีการนำรูปภาพของเก่ามาแปะบ้าง เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่านเน้อ)

เราไปงาน Thailand Gaming Show มา 2 วัน คือวันแรกของวันเปิดงาน (ตรงกันวันมาฆบูชาพอดี) วันนี้คนล้นหลามมาก แน่นขนัดฮอลตั้งแต่เช้ายันช่วงใกล้ปิดงาน ส่วนวันที่ 2 ถัดมาคือวันศุกร์ วันนี้คนบางตาไปค่อนข้างเยอะ ซึ่งบูธเกมส่วนใหญ่จะใช้โอกาสช่วงเวลานี้ในการเชิญสื่อมาเยี่ยมชมบูธของตัวเอง เพื่อหวังผลในการประชาสัมพันธ์ภายหน้า

ในการเข้าชมงานเกมอยากบอกว่า ของฟรีไม่มีในโลกนะจ้ะ 555+ หมายความว่าต้องซื้อบัตรเข้างานนั่นเอง ซึ่งบัตรเข้างานถ้าจะนับจริง ๆ มี 4 ประเภทด้วยกัน คือ

1. บัตรที่แถมฟรีมากับหนังสือ Compgamer (ที่ออกตั้งแต่ปีที่แล้วโน้น) อันนี้ใช้ชมงานได้ฟรี ๆ 

2. ถ้าคุณพลาดบัตรประเภทแรก แต่ก็ยังมีจิตใจที่อยากจะเข้าชมงาน (แน่หล่ะ อุตส่าห์ถ่อมาถึงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์เชียวนะเฟร้ย) เขาก็มีบัตรราคาประหยัด 50 บาทให้ ซึ่งมีไว้แค่เข้าชมจริง ๆ

3. บัตรประเภทถัดมาคือ บัตรราคา 80 บาท บัตรนี้นอกจากจะเข้าชมงานแล้ว คุณยังจะสามารถเข้าไปร่วมเล่นเกมชิงรางวัลเครื่องเล่น (ลอกมาจากที่เขาโปรยประชาสัมพันธ์เลยเนี่ย) ต่าง ๆ ได้อีกด้วย โดยเกมเนี่ยจะอยู่ที่ซุ้มเรียก "Zone เซียนเกม" มีเกมให้เลือกเล่นด้วยกัน 6 ประเภท ได้แก่ Halo 3, Street FighterII Puzzle, Pacman (เห็นชื่อเกมนี้แอบตกใจ), Tekken 5, Mario VS. Supersonic in Olympic Games, Smack Down VS. Raw 2007.

(เดี๋ยวหาว่าเราโม้เอาภาพมาโชว์หน่อย เขียนตามป้ายเลยเนี่ย)

อันนี้รูปบัตรที่เราซื้อ 80 บาท (วันแรกเข้าฟรี ใช้บัตรจากหนังสือ กร้ากก ๆ ๆ  วันถัดมาชักอยากลองเล่นเกม แต่เล่นไปได้เกมเดียวเอง มัวแต่เดินทดลองเล่นเกมอื่น ๆ)

4. บัตรประเภทสุดท้ายแพงสุด นั่นคือ บัตรสายรัดข้อมือราคา 150 บาท นอกจากจะเป็นของฝากในรูปแบบสายรัดกิ๋บเก๋ (ทำจากวัสดุบางเบามากมาย น่ากลัวจะปริขาดอิตอนแข่งเกม Wii) ผู้ที่ลงทุนเงินไปกับบัตรประเภทนี้ก็สามารถเล่นเกมใน Zone เซียนเกมกี่ครั้งก็ได้ตามแต่สะดวก (แข่งเกม Wii ข้อมือไม่หักไม่ต้องเลิกประมาณันั้นเลยทีเดียว) อีกทั้งยังลงแข่งเกม Winning Eleven ได้ด้วย

ซื้อบัตรเข้าชมแล้วก็นำไปให้ Pretty หน้างานแสกนกันซะ ลืมบอกอีกอย่างว่า ถ้าซื้อบัตร 80 ก็จะได้รับสิทธิ์โหวตคอส+ลุ้นรางวัล ส่วนบัตร 150 มีคุณสมบัติเหมือน 80 บาททั้งหมดเพียงแต่ แข่ง Winning เพิ่มได้

"ส่งบัตรมาเลยค่ะ แต่หัวใจนี่ไม่ต้อง"

ผ่าน Pretty มาปุ้บ ก็สะดุดตากับซุ้มนี่ปั๊บ

Funbox

หลายคนเห็นแล้วอาจจะยังนึกภาพเกมในเครือนี้ที่เปิดบริการในไทยไม่ออก ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าพเจ้าแถลงให้ เกมแรกที่ดูโปรโมทน่าดูเลยในงาน คือ แต่น แต้น แต๊น

Hyuang Yi (ฮวงอี้)

เกม "ฮวงอี้" เป็นเกมที่นำเอาบทประพันธ์เด่น ๆ ของนามปากกา "ฮวงอี้" มาจับทำเป็นเกม ซึ่งเรื่องที่ถูกคัดสรรมาทำเป็นเกมในครั้งนี้ก็คือ มังกรคู่สู้สิบทิศ และเจาะเวลาหาจิ๋นซี  (อยากรู้ข้อมูลมากกว่านี้ลองเข้าไปดูในเว็บเขาเองเน้อ)

นอกจากเกมฮวงอี้ บูธ Funbox ก็มีเกม (จากตรงนี้ถ้าจำผิด สามารท้วงติงได้นะจ้ะ เพราะเขียนจากที่ไปงานมา ไม่ได้กลับมาเช็คข้อมูลเพิ่มแต่อย่างใด) สามก๊กออนไลน์ และSeal Online

ในส่วนของทางด้านกิจกรรมทางบูธมีการจัดเวทีเรียกได้ว่า เป็นเวทีต้อนรับแขกเลยมั้ง เพราะหันหน้าต้อนรับกับประตูทางเข้าพอดี เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ทำเลดี ก็จับคนดูให้อยู่กับเวทีของตัวเองได้พอสมควร (คนส่วนใหญ่เดินเข้ามาแล้วจะมีชะงักกับกิจกรรมบนเวทีบูธนี้นิดนึงก่อนโยกย้ายไปที่อื่น) จากที่ไปงานมา 2 วันพบว่า กิจกกรมหนึ่งที่ต้องเล่นทุกวัน (แน่ ๆ ) คือ กิจกรรมทายใจคู่  โดยจะให้มีอาสาสมัครขึ้นไปบนเวที แล้วมีคำถามขึ้นมาให้คนหนึ่งทายใจอีกคนหนึ่งให้ถูก อะไรประมาณนั้น ส่วนกิจกกรมในช่วงอื่นนี้เราไม่รู้นะจ้ะ เพราะไม่ได้ติดอยู่ขอบเวทีบูธนี้ แต่ที่รู้ ๆ กระบองลมเขียวขอรับฟรีได้จากบูธนี้แหละ (ภาพเอาไว้ไปโชว์คู่กับกระบองลมจากอีกบูธนะจ้ะ)

นอกจากกิจกกรมบนเวทีก็มีการเปิดให้ทดลองเล่นเกมต่าง ๆ เราก็ลองไปเล่นฮวงอี้มา ภาพแนวมาก แนวท่องยุทธจักรอ่ะจ้ะ  พอได้ลองเล่น ได้เห็นภาพก็รู้สึกอยากเล่นเกมนี้ขึ้นมาทันที เพราะกราฟฟิคในตัวเกมกับที่เห็นในหนังสือต่างกันเยอะ (ของจริงดีกว่า)  แหม...เห็นแบบนี้เราก็เป็นชาวยุทธคนหนึ่งเหมือนกันนะ...คริคริ  จริงๆ  นอกจากฮวงอี้ก็ลองไปเล่นเกม Seal มาเหมือนกัน ภาพน่ารักดี แต่แปลก ๆ ส่วนเกมที่อยากลองเล่นที่สุด (คือ สามก๊ก) ดันไม่ได้เล่นเพราะมีคนเสียบเล่นตลอดขี้เกียจรอนะ

ใกล้ ๆ กับกับบูธ Funbox จะเป็นเหมือนการแข่งขัน DotA ที่มีคนสนใจดูตลอดเวลา อืม....ของเขาฮิตจริง ๆ

คนกำลังเล่น DotA (สังเกตุดี ๆ มีคนดูอยู่ด้วยเยอะทีเดียว)

ถัดจาก DotA ก็เป็นบูธออกแนวโปรโมทรายการเกี่ยวกับสาระไอทีเอนเตอร์เทนเม้นท์ (อันนี้เราตั้งเอง) ซึ่งที่เตะตาก็คงไม่พ้นป้ายโปสเตอร์แนะนำตัวพิธีกรแต่ละคน

ชอบพี่หนุ่ยอะ ได้ข่าว เราว่าคนนี้จัดรายการได้ฮาดี เคยชมพี่เขาตัวจริงเสียงจริงในงาน Ini3 มุขเยอะจริงพ่อคุณ

"จิ๊กโก๋ไอที พี่หลาม"

ชื่อคนนี้กิ๊บเก๋มาก "จิกโก๋ไอที" คิดได้ไงหนอ พี่คนนี้เขาร้องเพลงคู่กับแอนดี้ เขมฯ ในเพลงประจำ TGS2008 ปีนี้ด้วย เราว่าก็เป็นคู่ที่เหมาะกันดีเพราะดูเป็นประเภท Hyper Active Type ทั้งคู่ (อันนี้ชมนะค่ะ) ที่บอกได้เพราะเคยเจอตัวจริงทั้งคู่ แอนดี้เจอตอนทำงาน แต่พี่คนนี้เจอในงานนี้แหละ พี่แกเป็นพิธีกรที่เวทีกลางทุกวันด้วย

Friendly มาก ขอถ่ายรูป ก็ได้ทันที ได้ใจน้องไปเต็ม ๆ พี่หลาม

"ครีเอทีฟกูรู มิสเตอร์แซม"

คนนี้เพิ่งจะมารำลึกได้ทีหลังว่า เราเจอตัวเป็น ๆ ของเขาป้วนเปี้ยนในงานเหมือนกัน แต่จำไม่ได้เพราะทรงผมอาฟโฟรพี่แกนี่แหละ (เส้มผมบังตา 555+)

"ปีเตอร์ กวง ควงมือถือ"

คิดชื่อเข้าทีอีกคนแระ

"อาจารย์ศุภเดช อัพเกรดซีเคียวริตี้"

สรุปแล้วชื่อสโลแกนกิ๊บเก๋ทำให้เราอยากดูรายการที่พี่แกจัดอย่างแรง แต่เหมือนรายการนี่อยู่ในเคเบิ้ล - -* ดูไม่ได้อ่ะค่ะพี่ขา

ตรงข้ามกับบูธพี่ ๆ ทั้ง 5 ก็เป็นบูธของทรูที่เป็นผู้นำเข้าเกม Special Force แล้ะล่าสุดก็เอาเกมนี้เข้ามาแล้ว Hipstreet

อยากบอกว่าในงานเรานับถือแผนการดึงคนเข้าชมให้มีสมาธิใส่ใจกับบูธตัวเองได้เก่งที่สุดเลยหล่ะ เพราะบูธส่วนใหญ่จะเข้าชม มันก็เปิดโล่งรอเรา แต่บูธนี้ต้องต่อแถวเข้าไปชม "อะไร" หลังม่านนั่นเท่านั้น โดยทางบูธจะแบ่งผู้ชมเป็น 2 ประเภท คือ คนที่ลองเข้าไปเล่นเกมจำนวน 20 คน(โดยประมาณ) ซึ่งจะมีการทดลองแข่งขันแบบมินิด้วยว่า ใครได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1-3 รับหมวกฮิปสตรีทไปเก๋ไก๋แบบไม่ต้องง้อใครเลย  ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะรับได้ทั้งหมด 100 คนเพื่อเข้าชม VTR แนะนำเกมฮิปสตรีท รับของแจก และร่วมเล่นเกมเพื่อรับเสื้อ (อยากได้มาก แต่ไม่มีบุญ อดไป)

งานนี้คนที่หลงเข้าไปแล้วส่วนใหญ่ก็จะฟัง+สนใจข้อมูลสารที่ป้อนให้  บอกได้เลยว่าความวุ่นวายโกลาหลหรือสิ่งดึงความสนใจจากบูธต่าง ๆ ไม่ค่อยมีผลกับบูธนี้เพราะ เขามีผ้าปิดกั้นเป็นห้อง เสมือนคุณเข้ามาชมสิ่งนี้อย่างเดียวเท่านั้น  โดยส่วนตัวแล้วเราเข้าไปเป็นผู้เขาชมบูธทั้ง 2 แบบ ตอนแรกที่เข้าไปเป็นคนดู VTR อย่างเดียวก่อน แล้วเกิดอยากได้หมวกขึ้นมาเลยลองเข้าไปแข่งดู ชนะได้ที่หนึ่งซะงั้น กรั่ก ๆ ๆ  ๆ ๆ ฝีมือค่ะ 555+

เข้าไปหลังม่าน ก็จะเจอสาวคนนี้แหละจ้ะ (ไม่งั้นก็ชายหนุ่มอีกคน แล้วแต่รอบนะจ้ะ)

 

ของแจกในฐานะคนชม VTR (กระบองข้าง ๆ ของบูธ Funbox จ้ะ)

ถุง Hipstreet (ข้างในมีโปสเตอร์เกม ซีดีเกม และน้องกระบองที่ต้องหยิบจากทีมงานเองตอนเดินเข้า...อ้าววว)

อีกด้านของถุง

รางวัลหมวก กับแผ่นซีดีที่ได้ตอนเล่นเกมตอบคำถาม

อยากบอกว่าเจ้าของบล็อกแอบสิ้นเปลืองทรัพยากรของแจกมากมาย เพราะตอนแรกไม่รู้จริง ๆ ว่าถ้ายืนรอของแจกคือ น้องถุงฮิปสตรีทเนี่ยก็จะได้ซีดีเกมด้วย (อันนี้เป็นเรื่องวันแรก) ก็เลยพยายามตอบคำถามที่ทางทีมงานบูธสรรหาเอามาถามก่อนเข้าไปชม "ข้างหลังม่าน" อย่างสุดฤทธิ์  อยากจะบอกว่าตรงนี้ฮามาก เพราะคำถามช่วงแรกที่ถามเนี่ยก็เกี่ยวกับเกมอยู่หรอก แต่พอมาช่วงหลังเหมือนทีมงานหมดคำถาม แต่กลุ่มที่เข้าไปก่อนหน้ายังไม่ออกมา พี่แกก็เลยงัดคำถามไม้ตายอาทิเช่น "เสือ สิงห์ กระทิง แรด ๆ ขอถามว่า จากที่พูดมานี้มีสัตว์ทั้งหมดกี่ตัว!?" ได้ยินคำถามออกแนวฮามากกว่าอยากตอบ (เพราะตอนนั้นเราได้ซีดีแล้ว จากคำถามปกติด้วยนะจ้ะ) สรุปแล้วของแจกซ้ำซ้อนจากบูธนี้จึงมากมายมหาศาล นับได้เป็นว่า กระบอง 4 ท่อน แผ่นซีดี 3  โปสเตอร์ 6 (แปะแทนม่านในห้องได้เลยมั้งเนี่ย) ถุง 2 ใบ หมวกรางวัลฮิปสตรีท 1

ติดกับบูธฮิปสตรีทก็ Special Force ทางนั้นก็มีเกมให้ต่อแถวเล่นเยอะเหมือนกัน อาทิเช่น "เกมดึงมีด" (ดึงจนกว่าจะได้ยินเสียงเชียร์) "เกมยิงปืน" และก็มีเวทีจัดการแข่งขัน SF ระหว่าง 2 ทีมโชว์อยู่เรื่อยๆ  ด้วย อยากบอกว่าพิธีกรผู้ชาย SF น่ารักดี...จบข่าว

เดินถัดจากบูธนี้ก็จะมองเห็น Zone เซียนเกม ซึ่งถ้าคุณไปวันที่คนเยอะ คุณก็จะเห็นมุมนี้ได้ชัด เพราะคนก็คงจะไปออต่อแถวรอเล่นเกมที่ตนเองถนัด (เกมนี้สู้เพื่อเครื่อง Console....ย้ากกก) เราก็ไปเล่นเกม Mario VS. Supersonic ของเครื่อง Wii มา (เป็นเกมที่คนเลือกเล่นบ่อยสุดแล้วมั้ง) โดยเกมที่แข่งจะเป็นวิ่ง 100M การบังคับก็โยก...สะบัดให้ข้อมือหลุดเพื่อเร่งการวิ่ง งานนี้แพ้ราบคาบค่ะ เพราะเราเป็นหญิงย่อมใช้ข้อมือไม่แข็งแรงเท่าฝ่ายชาย....กร้ากกกก

ถัดมาเยื้อง ๆ กับ Zone เซียนเกม และ Hipstreet คือ บูธของ Play Pal ที่กำลังจะเปิดตัวเกมการ์ดสัญชาติไทย Summoner Master งานนี้เราไปซุ่ม ๆ ดู เขาก็มีให้เข้าไปลองเล่นทั้งแบบการ์ดจริง และแบบออนไลน์ (คนสนใจพอสมควร) แต่งานนี้เราขอผ่านจ้ะ เพราะแค่ Acarna เราก็ไม่รอดแล้ว (ท้อแท้ตั้งแต่เริ่ม)

ไม่สนใจเกมมาก ถ่ายเอามาฝากแค่นี้พอ (เวรกรรม - -*)

บูธข้าง ๆ Summoner Master เป็น บูธ Jaya ถ้าจำๆ ไม่ผิดเกมที่เอามาแสดงคือ Dark Story, Luna Online ที่  โปรโมทเกมด้วย "ทุกสิ่งที่แอบแบ๊ว" (โจมตีแอบแบ๊ว อีโมแอบแบ๊ว เครื่องแต่งกายแอบแบ๊ว...เง้อ) ตรงกันข้ามกับเกมอีกตัวที่จะเอาเข้ามาชื่อว่า Titan Online ที่ออกแนวจะโหดนิด ๆ เหี้ยมหน่อย ๆ  บูธลูกน่าโทน ฟ้า เขียว ชมพู (สดใสมาก) ส่วน Titan ดำ น้ำเงินเข้มมาก ดำ และดำ

ส่วนกิจกรรมที่มีในบูธก็คือการเปิดแผ่นป้ายทายมากกว่าน้อยกว่า งานนี้แถวยาวทุกวัน (ที่เราไป) ถ้าเปิดแผ่นป้ายทายถูกหมด 6 แผ่นจะได้ถุง Titan สวยงาม (แลดูมีคุณภาพดียิ่งกว่าฮิปสตรีท อิชั้นอยากได้มากมาย) และคิดว่าน่าจะมีของชำร่วยอะไรข้างในเช่นแผ่นเกม และ...(ไปเดากันเองเอง) ส่วนเราไปลองเล่นมา 2 รอบ (ยืนรอเล่นจนน่องปูดเลยค่ะ อยากได้ถุงมาก) ได้พวงกุญแจเหล็ก Titan มา แม้ทายถูกหมด เพราะถุงหมดพอดี (ฮามะ) เล่นรอบสองได้สมุดโน้ต...ไม่มีดวงก็อดไป

มาดูบูธดาวเด่นไฮไลท์เฉิดฉายประจำงานดีกว่าค่ะ พี่แกจองพื้นที่ยาวทั้งแถบ บูธเจ้านี้จ้ะ

(ป้ายชื่อยังยาว - -*)

งานนี้พี่เอเชียซอฟต์ผู้ให้บริการเกมออนไลน์เจ้าใหญ่ของเราขนเกมในเครือมาให้ลองเล่นทั้งหมด ทั้งเกมที่มีให้บริการอยู่ในปัจจุบัน และเกมที่ได้ลิขสิทธิ์มาแล้ว  อยากบอกว่าเกมเจ้านี้เยอะจริง ๆ และเปอร์เซ็นต์เกมที่เราเล่นส่วนใหญ่ (เดาว่าคนส่วนใหญด้วย) เล่นก็เป็นของเจ้านี้ งานนี้ขอแจกแจงให้ฟังหน่อยละกันว่าไอ้เกมที่ให้มาลองเล่นนะมีดีอะไรบ้าง

เริ่มต้นจาก

Audition: งานนี้เอาโหมด Ballroom Dancing ที่อัพเดทไปเมื่อวันที่ 13 ก.พ. มาให้ลองเล่นกัน สงสัยจะเผื่อคนที่อัพเดทแพทช์เกมไม่ได้ เพราะวิธีการยุ่งยากเหลือเกิน (มีเปลี่ยน Registry ด้วยในกรณีที่ไม่ได้ลงเกมใน Drive C แถมเข้าไปในห้องก็ยังตัวดำก่อนเต้นอีก เหอะ ๆ นี่แหละเอเชียซอฟต์)

Richman Online: งานนี้ทดลองเล่นเกมรูปแบบปกติ เพราะตัวเกมได้ลิขสิทธิ์มา แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะมี Close Beta ให้ลองเล่น

Raknarok II:  เราไม่เล่น Rak I หรือ Ro อ่ะ แต่คาดว่าคงรอเล่นตัวนี้ เพราะภาพที่ออกมาเป็นแบบที่ชอบมากกว่า คือ ตัวละคร 3 มิติ  งานนี้ก็ทดลองเล่นเกมตามปกติ แต่เราได้ค้นพบข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า คุณรู้ไหมว่าเกมที่คุณทดลองเล่นอยู่นะมันเป็น เซิฟเกาหลี ขอย้ำมันเป็น เซิฟเกาหลี ของจริงไม่อิงนิยาย เพราะขณะที่เรากับน้องเราลองเล่นตีมอนอยู่คนเกาหลีพิมพ์เข้ามาคุยด้วยเฉยเลย คน (ที่อดทนอ่านถึงตรงนี้) อาจถามว่ารู้ได้ไงว่าเขามาคุยด้วย แหม...ก็ตอนแรกเขาทักเราไม่ตอบ (แน่หล่ะภาษาเกาหลีตรูจะอ่านรู้เรื่องไหมหล่ะ) เขาเลยมายืนตรงหน้าพิมพ์ถามซะเลย คุยไปคุยมา เขาก็ดูเหมือนประหลาดใจเล็กน้อย ตอนแรกเหมือนไม่เชื่อด้วย (แน่นอนตรูพิมพ์ปะกิดอย่างเดียว เกาหลีอ่อนแออย่างแรง) ตอนหลัง ๆ พออธิบายว่า เอ้อ ไอ้ตัวละครที่เล่นเขามาให้เทสนะ ใครมาเล่นก็ได้ไม่ใช่ของเรา เขาก็เลยเหมือนจะเข้าใจ (สงสัยถามถึงบวกอาวุธ ชุดไรงี้แน่เลย ใส่ชุดเก๋เสียด้วยตัวละครตรู) คุยสักพักเราก็ยอมแพ้แระ เพราะฝ่ายโน้นภาษาอังกฤษไม่แข็ง ส่วนเราเกาหลีไม่ได้ (มันคงจะไปรอดหรอก)

Ghost Online:  ทดลองเล่นเกมตามปกติ งานนี้ถ้าสมัครไอดีเกมในงานก็จะได้แผ่นเกม Ghost Online มาฟรี (ถ้าไม่สมัครก็ไม่ได้ หัวเสธจริง ๆ )

Cabal:  คิดว่าน่าจะให้เข้าไปทดลองเล่นตัวเวล 170 นะ เพราะอันนี้เราไม่ได้แวะเข้าไปดูหรือเฉียดเลย ตอนนี้กำลังเบื่อ Cabal Fever จากเพื่อที่คะยั้นคะยอให้ไปเล่น แต่มันเวลทะลุ 100 ไม่รอเรา (แล้วจะเล่นด้วยกันยังไงย่ะ หล่อน...หะ...หา...ห๊า)

Yulgang ยุทธภพครบสลึง: งานนี้ทดลองตัวละครเทพกว่า ๆ ทะลุ 100 พร้อมสกิลโหด ๆ ให้แสบชะแว้บ ชะว้าบ แว้บว้าบ ตาบอด กับมอนติดบัค พร้อมกับชมแผนที่ใหม่ (เขาว่างี้นะในงาน) "เหมืองปีศาจ" อยากบอกว่ามอนแอบโหด ขนาดเวลสูงเชียะ แถมของ +8 ทั้งตัวยังโดนตบแรง (ในความรู้สึกเรานะ) แล้วไอ้คนที่เล่นจริง ๆ เงินสลึงน้อยแบบเราจะไหวไหมเนี่ย -*-   อีกอย่างเห็นน้องบอกว่าเดี๋ยวนี้มีค่าความดี ความชั่วด้วย แถมมีชุดใส่อีกต่างหาก (ชุดเห็นแล้วแอบ...เอ่อ - -*) งานนี้ค่าความดีสูงก็มีแสงเปล่งรัศมีความดีเช่นกัน แต่กฏที่จะได้มาไม่ค่อยจะดีเลยแหะ เห็นบอกต้องไป PK แล้วถ้าชนะก็จะได้ค่าความดี ส่วนความชั่วคือกรณีสังหารคนฝ่ายเดียวกัน...(ระบบเหมือนสนับสนุนเกรียนครองเมือง - -*)

Maple Story:  งานนี้ทดลองเล่นในแมพใหม่ล่าสุด คือ แมพโจรสลัด (ชื่อไม่เป็นทางการหน่อยนะ เราจำชื่อแมพไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน) เป็นเกมที่สรรหาแผนที่แปลก ๆ เขตแปลก ๆ มาอัพเดทได้เรื่อยๆ  จริง ๆ

Playpark Arcade Game:  เป็นการรวมเกมออนไลน์ประเภท Arcade ที่มีให้เล่นได้ฟรีทางหน้าเว็บ Playpark

เอ่อ...เหมือนจะหมดแล้วมั้ง คิดออกเพียงเท่านี้อ่ะจ้ะ งานนี้เอเชียซอฟต์ก็มีจัดเวทีใหญ่โต โดดเด่น (ยิ่งกว่าเวทีกลางอีก) พร้อมกิจกรรมมากมายเช่นเดียวกัน กิจกรรมเกี่ยวกับเกมที่โดดเด่นก็คงไม่พ้นออดิชั่นนะเราว่า เพราะงานนี้ตัดสินรางวัลใหญ่ คือ รถ!!!!! แล้วส่วนอื่น ๆ ก็จะเป็น PK จากเกมต่าง ๆ (ได้ดู PK Cabal สุดยอดอลังการมากมาย) ส่วนกิจกรรมที่เราชอบมาก และคิดว่าโชคดีมากที่อยู่เย็นคือ มินิคอนเสิร์ตจากวง Flure

พี่ Q พลังเสียงสุดยอดมาก

"รักแห่ง Flure" ณ วินาทีนี้

ลีลาวิญญาณหลุดออกจากร่าง

อ่านในโบรชัวร์เห็นเหมือนกับบอกว่าจะมีมินิคอนเสิร์ตทุกวัน แต่ที่เราไปมา 2 วันเจอ Flure วงเดียว แสดงได้เด็ดสะระตี่มาก ประทับใจสุด ๆ

พูดเรื่องกิจกกรรมแล้วมาดูของแจกของ Asiasoft กันบ้างดีกว่านะจ้ะ  อันดับแรกเลยที่ทุกคนต้องได้ คือ น้ำ และขนม ขยันแจกมาก เรียกได้ว่าเจอสตาฟ Asiasoft คนไหน ก็จะยื่นให้ทันที ทำให้เราหวาดระแวงการเฉียดใกล้สตาฟ Asiasoft ไปแว้บหนึ่ง เพราะถือน้ำเยอะ ๆ มันหนักมากเลยค่ะพี่

ขนมกับน้ำบางส่วน (วางไม่หมดเยอะจัด)

นอกจากส่วนนี้ก็มีเหมือนหนังสือเล่มบาง ๆ ที่ข้างหลังจะมีส่วนให้ Stamp ไปขอรับของ 1 ชิ้น จาก 6 อย่าง ซึ่งของที่ให้ก็จะมี แตรเชียร์ (เอามาทำไมเนี่ย),  สมุดโน้ต Grenado Espada+หนังสือคู่มือ 2.0,  สร้อยคอคาบาล (อันนี้คนขอเยอะสุด เราไม่ได้อ่ะ เพราะหมดก่อน), Accessory มือถือจากเกม Raknarok, แผ่นซีดีเพลง Audition, ปฎิทิน Ghost Online  แถมข้างในยังสามารถฉีกส่งชิงโชคร่วมรับของรางวัลอีกด้วยในตอนเย็น

ของฟรีที่เก็บเกี่ยวจากบูธ Asiasoft

 

มาดูบูธ Playpark กันบ้างดีกว่านะ บูธนี้ก็เป็นที่น่าสนใจระดับหนึ่ง เพราะกำลังจะเอาเกมแนว Sport ประเภท Street Basketball มาลงให้คนไทยหลายคนได้เฮกัน ซึ่งเกมก็ชื่อว่า Freestyle

Freestyle เกมที่ดูเหมือนจะมาแรงไม่แพ้กัน

กิจกกรรมของบูธมีทั้งให้ลองเล่นเกม แต่ที่เด่นสุดเราว่าเป็นแข่งโยนลูกบาสลงห่วง ซึ่งมีชายหนุ่มจำนวนมากต่อแถวรอ เพื่อจะโชว์ลีลาการชู้ตลูกลงห่วง อยากบอกว่าในวันแรกที่เราไปอาจเป็นเพราะคนเยอะ งานนี้เลยมีการจำลองการแข่ง Street Basketball ระหว่างคนชมงานด้วย ทำให้ก่อเกิดไทยมุงระดับหนึ่งทีเดียว

ไทยมุงเกาะตาข่ายดู

 

เดินวนมาอีกรอบ ก็มุงอยู่ เหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วย

งานนี้ของรางวัลบูธนี้เขากิ๊บเก๋มากมาย เห็นมีแจกลูกบาส แจกเสื้อด้วยเราเองก็อยากได้นะ แต่กีฬาบาสกับเราไม่ถูกทางกัน เข้าไปเล่นก็คงอับอายขายขี้หน้า จึงเน้นชมชาวบ้านแสดงความสามารถมากกว่า

ถ้าเดินตรงจากบูธ Playpark ไปก็จะเจอกับเวทีกลางที่ดูยังไงก็ราศีจับไม่สู้เวทีเอเชียซอฟต์ (น่าสงสารอ่ะ) ซึ่งคุณโกเอม่อน บุรุษนิ้วทองก็จะมาท้าแข่งบนเวทีนี้แหละ (เห็นพี่มีมาเขียนใน exteen แจ้งบอกเหมือนกัน)

ไม่ได้ถ่ายรูปรวมมา ดูสาวสองคนนี้บนเวทีกลางละกัน

เขียนไป เขียนมาเอนทรี่นี้ยาวเป็นประวัติการณ์ เอาเถอะเราเน้นคุณภาพ ปริมาณเป็นเรื่องรอง ต่อกันเลย...

ใกล้เวทีใหญ่เป็นที่ของเซียน Winning Eleven คือ สถานที่แข่งขัน Winning นั่นเอง งานนี้เขาก็แข่งกันเป็นรอบ ๆ นั่แหละ เราไม่ได้ใส่ใจมาก เพราะ Winning เหมือนเป็นพื้นที่โลกของผู้ชายเลยนะคุณ เราคิดว่าเราอาจไม่เหมาะเท่าไหร่...แล้วก็แว้บ....ผ่านไป

มาดูบูธเมียน้อยกันบ้าง เห็นแล้วเราว่าทำเลบูธนี้น่าสงสารสุด คือ บูธ Perfect World เพราะไหนจะอยู่ทั้งมุม และจัดบูธได้เป็นเหลี่ยมบังตา ไม่น่าเข้าไปเดินเสียเลย เราว่างานนี้ก็เลยค่าความดึงดูดใจ (สำหรับเรา) ไม่ค่อยพอ แต่เนื่องจากงานนี้เป็นงานเฉพาะอยู่แล้ว คนที่เข้ามาในงานก็ต้องอยากดูเกมทุกเกมที่มีนั่นแหละ ดังนั้นเราจึงเห็นคนถือถุง Perfect World เดินไปเดินมาอยู่บ่อย ๆ (เราก็เข้าไปดูข้างในนะเออ แต่ดูแล้วไม่ค่อยมีอะไร มีดีแต่ตัวเกมจริง ๆ)

บูธ Perfect World

พิธีกร กับเวที Perfect World

สาวประจำบูธ

บูธสุดท้ายแล้วของงาน บูธ Silver Coins ที่มีเกมอย่าง Trickster และ  16 Pounds มาชูโรง งานนี้นอกจากมีของมาขาย (มันเห็นเด่นชัดกว่าให้ทดลองเล่นเกมอ่ะนะ) ก็มีเกมมาให้เล่น แต่งานนี้ต้องมีการลงทะเบียนเสียก่อนถึงจะทดลองเล่นได้ พอลองเล่นแล้วในบางเกม อย่าง 16 Pounds ถ้าเราทำ Strike ได้ภายใน 3 ครั้งก็จะไปลุ้นจับรางวัลไอเทมจากเกมทันที  เกมนี้เรามือไม่แม่น ต้องให้น้องชายไปสอยไอเอมมาให้ (ซะงั้น)  อ้ะ...ลืมบอกไปว่าลงทะเบียนครั้งหนึ่ง เล่นได้ 3 เกมนะจ้ะ คือเกม 16 Pounds, Trickster และสุดท้ายคือ Winning Eleven (อันนี้ดูไม่เกี่ยวกันเล้ย)

16 Pounds

นอกจากทดลองเล่นเกมธรรมดา Silver Coins ก็มีจัดกิจกรรม "ท้าดวลกับ CGN" ในเกม 16 Pounds ด้วย ตามที่รู้มาคือ ถ้าแข่งชนะ CGN ได้ ก็จะได้รับเงินไปเลย 5,000 penny (ค่าเงินในเกม) ซึ่งในการแข่งก็จะเป็นรอบ ๆ ไป (ถ้าไม่ถามคุณก็จะไม่มีทางรู้ขอบอก เพราะเท่าที่เดินผ่านบูธหลายรอบ ไม่มีการตะโกนประชาสัมพันธ์กันแต่อย่างใด)  เราก็ไปลองร่วมกิจกรรมมาเหมือนกัน (ไม่เคยมีพลาด) แต่ปรากฏว่างานนี้ไม่ได้แข่งกับ CGN อ่ะ แต่เป็นแข่งกับคนที่มาลงชื่อเหมือนกัน  แถมแข่งในสนามฟรีโหมดอีก....อ๊ากกกกก งานนี้ไม่รอด แพ้อย่างราบคาบ  ฝ่ายน้องเราเล่นก็มีลุ้น แต่ตื่นเต้นไปหน่อย เลยแพ้พ่ายไปอย่างเชือดเฉือน อ๊ากกกกก....อยากให้น้องได้กะตังค์  อ้ะ....นอกจากเกม 16 Pounds ก็มีการแข่ง Winning ด้วยนะ

เหมือนจะหมดทุกบูธแล้วหล่ะจ้ะ เราอาจขาดการบรรยายบูธอื่นไปบ้าง เช่น บูธ Yenta4+MThai, Compgamer, HP เป็นต้น ฃานนี้ไม่ว่ากันเน้อ เพราะขนาดเขียนแค่นี้ยังยาวขนาดนี้  ก่อนจบเอนทรี่อันยางยืด...เย้ย...ยาวยืด ละเอียดยิบอันนี้ไป อยากบอกว่าเราสงสารเกม Projectone ที่เป็นฝีมือคนไทยมากมายเลยอ่ะ เพราะพี่แกก็มีบูธด้วยนะ แต่ไม่รู้จะมีคนเห็นหรือป่าว เพราะมันน่าจะเรียกว่าซุ้มมากว่าบูธ เพราะเป็นโต๊ะตัวหนึ่ง กับคอม 2 ตัว งานนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับคนไทยที่พัฒนาเกมนี้ด้วยหล่ะกัน วันนี้ขอจบเอนทรี่นี้เพียงแค่นี้ สวัสดี....ลาก่อน

หมายเหตุ:  สำหรับผู้ที่ต้องการดูภาพ Cosplay, Pretty เชิญจิ้มตรง Thailnad Gaming Show PartI & II ข้าง ๆ ตรง Recommend จ้ะ

ป.ล.  ขอบคุณมาก ๆ สำหรับคนที่ทนอ่านจนจบ และคอมเม้นท์จากทุกท่าน งานนี้ตามคอมเม้นท์ได้แล้วจ้ะ เดี๋ยวตามไป *-*

ป.ล. 2  กว่าจะเขียนเอนทรี่นี้เสร็จนานมาก เพราะต้องฝ่าวิบากกรรมทำธุระถึง 3 วัน กว่าจะได้มาอัพ ชาวบ้านอัพไปหมดก่อนซะงั้น