[Review]: Shoot' Em Up แครอทลั่นสะท้านเมือง
posted on 22 Jan 2008 07:09 by chiisai in Movie[Review] สไตล์ 150 cm: Shoot' Em Up
คำชี้แจง: บทความในบล็อกนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก สาระเป็นรอง โดยผู้เขียนใช้วิจารณญาณ ความคิดส่วนตัวโดยเฉพาะ จึงเป็นไปได้ที่คิดออกมาแล้วจะผิด เพราะชั้นไม่ใช่พระเจ้า! หากผู้ใดไม่เห็นด้วยสามารถอภิปรายแบบสุภาพได้ตามอัธยาศัย ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใดคัดลอกบทความนี้ไปเผยแพร่ที่อื่น แต่ถ้าถูกใจและอยากจะเอาไปจริง ๆ ก็โปรดกรุณาให้เครดิตด้วย ขอให้อ่านให้สนุก
คำเตือน: บทความที่ท่านกำลังจะอ่านต่อไปนี้มี SPOIL ผู้ใดไม่อยากอ่านโปรดกรุณาเลื่อนๆ ลงไปอ่านล่าง ๆ ละกัน
คุณเคยรู้สึกเซ็งเวลาไปดูหนังตามประเภทโปรดแล้วมันดันไม่ได้ดั่งใจไหม? หรือไม่ถึงอารมณ์ที่สุด ๆ ไหม? ยกตัวอย่างเช่น ไปดูหนัง Action แต่พี่แกเล่นคุยกันไปค่อนเรื่อง หนังที่ตัวอย่างแสดงว่าเป็นหนังสยองขวัญ พอเข้าไปดูกลายเป็นหนังจิตวิทยา (คนดูจบก็หลอนกันไป จะกลายเป็นโรคจิตกันเอง...555+) หนังรักวัยรุ่นที่กลายเป็นเรื่องวุ่นของรักเพศเดียวกัน (อันนี้มีแอบแซว...เชื่อว่าหลายคนคงเดาได้ว่าหนังเรื่องอะไร...ดีนะ ที่หนังเขาดีจริง) แต่สำหรับหนังเรื่องนี้บอกได้เลยว่า เรื่องผิดหวังแบบข้างบนไม่มี "แน่นอน" (ถัดจากรูปในส่วนย่อหน้า 3จะสปอลย์แล้วจ้ะ ไม่อยากอ่านเลื่อนลงไปแนวล่าง ๆ เลยค่า)
Shoot' Em Up ยิงแม่งเลย
![]()
Shoot' Em Up จัดอยู่ในข่ายหนังแอคชั่นที่มีการดำเนินโครงเรื่องอย่างง่าย ๆ และไม่เน้นเหตุผลมากมายให้ตามคิด เรื่องทั้งเรื่องก็เป็นไปตามประเภทที่ระบุของหนัง ประเภทหนัง "แอคชั่น" มันก็แอคชั่นกันตั้งแต่เปิดตัวเรื่องยันท้ายเรื่อง!!! (ดูกันจนกระอักแอคชั่นตายไปข้างหนึ่ง) ซึ่งฉากแอคชั่นในเรื่องนี้ก็มีมากมาย เรียกว่าดูกันจนเต็มอิ่มไปเลย
บางคนอ่านถึงตอนนี้ก็อาจคิดว่า "มันจะมีอะไรกันนักหนาแค่ยิงกัน" หุหุ...แต่ไอ้หนังเรื่องที่ยิงกันเรื่องนี้นี่แหละที่สนุกสะใจและแปลกใหม่ตรงกับประเภทเรื่องสุด (แม้แต่ชื่อที่ตั้งของภาษาไทยยังตรงตัวแบบสุด ๆ เลยพี่น้อง) เนื้อหาของหนังไม่ได้แสดงความสามารถในการยิงปืน หรือใช้ปืนแบบประเภท เล็ง...แม่น...ยิง...โดนเป้าหมาย(ตาย)...จบ!! แต่ทุกครั้งที่ปืนลั่นไกของมันออกไป เราในฐานะคนดูถึงกับต้องหัวเราะออกมาแล้วคิดว่า "เออ...มันทำไปได้วุ้ย"
------------------------------------------------S - P - O - I - L------------------------------------------------------
เนื่อเรื่องย่อของเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ทั้งหมดอยู่ในฉากเริ่มเรื่อง (ที่เหลือในเนื้อเรื่อง ก็ยิง ๆ ๆ พร้อมรายละเอียดเพิ่มนิดหน่อย) ซึ่งขอบรรยายอย่างละเอียดถึงขั้นเห็นภาพผุดปุด ๆในสมอง ละกัน
เปิดฉากเรื่องด้วยภาพโคสลอัพที่ดวงตาเข้ม ๆ ของพระเอกของเรื่อง (รับบทโดย Clive Owen จาก Sin City, Closer ซึ่งในตอนหลังเราถึงรู้ว่า พี่แกใช้ชื่อนิรนามว่า Mr.Smith) กล้องแพนภาพออกมา พระเอกก็กัดแครอทดัง กร๊วบบ!! เคี้ยวดัง กรุบ ๆ !! เขากำลังนั่งกินแครอท ณ ป้ายรถเมลล์ ด้วยหน้าตากวนบาทาอย่างแรง (แดงให้เห็นออกมาว่า บุคลิกตัวละครตัวนี้ไม่เคยสนใจใคร นอกจากตัวเองเป็นที่ตั้งแน่นอน) พอไม่เท่าไหร่ก็มีสาวผมบลอนด์ท้องโย้กึ่งเดินกึ่งวิ่งตัดหน้าพระเอกที่นั่งไป (ดูตอนแรกนึกว่าพี่แกจะรีบไปคลอดลูก) ซึ่งหนังก็เฉลยออกมาทันทีว่า ไอ้ที่เร่งรีบนะไม่ใช่จะไปคลอดลูก (แบบที่เราคิดตอนแรก) แต่เพราะมีคนตามล่ามาต่างหาก พระเอกของเราเห็นเข้าจะไม่ช่วยก็ไม่ได้ เพราะถ้าไม่ช่วยหนังจบทันที...ฮา ก็ไปช่วยตามระเบียบ งานนี้ไม่ใช่แค่ช่วยสาวท้องแก่จากผุร้าย แต่ช่วยทำคลอดกลางดงกระสุนด้วยนะเออ ทว่าแม่สาวผลบลอนด์ก็ไม่พ้นชะตากรรมเพราะพอคลอดลูกปุ๊บ ภูมิต้านทานวิชาหลบลูกกระสุนก็ถูกถ่ายทอดไปให้ลูกจนหมด จนทำให้ตัวเองต้องหัวโหว่ ดับคาที่ (ตามฟอร์ม) ทิ้งเจ้าตัวน้อยไว้เป็นภาระพระเอกต่อ พ่วงมาด้วยการตามล่าจากตัวร้ายที่ชื่อ Hertz (รับบทโดย Paul Giamatti จาก Fred Clause, Lady in the Water) ที่งานนี้ต้องการถอนรากถอนโคน เลยตามสังหารทารกโอลิเวอร์ (ตอนหลังพระเอกตั้งชื่อให้ โดยเอาชื่อมาจากตัวเอกของหนังสือเรื่อง Oliver Twist)...เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ก็ประมาณนี้ จากนี้ไปก็หาหยิบยืมร้านวีดีโอใกล้บ้านท่ามาดูต่อได้ หรือจะลงทุนซื้อวีซีดี/ดีวีดี-แท้/ผี ก็ตามแต่ (ถ้าจนปัญญาจริง ๆ ขอแนะนำให้ยุเพื่อนยืม ซื้อหรือโหลดเรื่องนี้มา แล้วเราก็ยืมต่อ...เอิ้กๆ )
Shoot' Em Up สำหรับเราเมื่อดูแล้วได้อรรถรสดีไม่มีเรื่องติดขัดอะไรในใจใด ๆ พอดูหนังเรื่องนี้จากแผ่นแล้วแอบเสียดายที่ไม่ได้ไปดูในโรง ถ้ารู้ว่าหนังแอคชั่นกระจายขนาดนี้จะจองเป็นเรื่องต่อจาก RES3 เครดิตความสนุกของหนังเรื่องนี้ถ้าไม่นับฉากแอคชั่นที่ช่างสร้างสรรค์เสียจริง เราขอยกมันให้กับคนเขียนบท (ซึ่งเป็นผู้กำกับเรื่องนี้เองนี่แหละ) ที่บางฉากก็หยอดมุขได้เยี่ยมจริง ๆ เช่น มีอยู่ฉากหนึ่งพระเอก หรือ Mr.Smith ของเราทักทายผู้ร้าย หรือ Hertz ด้วยการพูดว่า "What's up Doc!?" เรานี่ขำก๊ากทันที เพราะถ้าคุณจำได้ นี่คือประโยคติดปากของกระต่ายสุดเจ้าเล่ห์ Bug Bunny ซึ่งพระเอกของเราเทียบ ๆ ไปแล้วก็คล้ายไอ้เจ้าตัวนี้อยู่ตรงที่ชอบกินแครอท มากกกก!!! พอได้ยินประโยคนี้ปุ๊บเราอดคิดไม่ได้ทันทีว่า เออ...นี่เรากำลังดู Bug Bunny กับนายพรานเวอร์ชั่นคนเล่นหรือป่าวหว่า 555++
อีกสิ่งหนึ่งที่เรานึกถึงตลอดเวลาตอนดูหนังเรื่องนี้ คือ ประเด็นเรื่อง "ปืน" ที่หนังนำเสนอ อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าสหรัฐอเมริกามีการบอกไว้อย่างชัดเจนในตัวรัฐธรรมนูญว่า พลเมือง หรือประชาชนนมีสิทธิ์ของ "The Right To bear Arms" หรือก็คือการมีอาวุธไว้ในครอบครองเพื่อป้องกันตนเอง ดังนั้นเราก็เลยไม่แปลกใจที่หนังจะมีแอบเฉียดจิกประเด็น Gun Control ไว้นิดนึงด้วย มีอยู่ฉากหนึ่งที่ Mr.Smith ของเราค้นพบว่า ทารกน้อย Oliver จะร้องไห้ถ้าได้ยินนักการเมืองแก่พล่ามเกี่ยวกับ Gun Control แต่กลับหัวเราะเมื่อได้ยินเพลงเฮวี่ เมทัล หรือยินดีที่จะฟังพระเอกเล่าเกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ของปืน แทนการเล่านิทาน (ตอนเราดูฉากนี้รู้สึกแปลก ๆ อย่างแรง) บางทีมันอาจจะเป็นตัวย้ำให้เราเห็นว่า คนอเมริกันเติบโตมากับ "ปืน" จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วละมั้ง ก็คิดดูขนาดเด็กทารกไร้เดียวสายังไม่ชอบที่จะฟังเรื่อง Gun Control แต่ไปพิศมัยอย่างอื่นซะงั้น อ่านมาถึงตรงนี้คนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วอาจถามย้อนกลับว่า "เด็กเองก็ไมได้ชอบปืนน้า ตอนยิงกันเปรี๊ยง ปร๊างก็ทำหน้าเบะแล้ว" เราเองก็ตีความตรงนี้ได้อีกนิดนึงว่า (ยังจะคิดลึกอีกเนอะเรา ทั้งที่น่าจะเป็นเรื่องธรรมชาติแท้ ๆ...เหอะ ๆ) ตัว "ปืน" แท้ ๆ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าพูดด้วยถึงความรุนแรงหล่ะมันเป็นอีกประเด็นหนึ่ง
อย่างที่รู้ ๆ กันว่าอเมริกาเองช่วงระยะหลังมานี้มีคดีที่ทำให้ทั้งโลกต้องตกใจ กับกรณีนักศึกษาใช้ปืนยิงกราดทำร้ายคนในแคมปัส ก่อให้เกิดคำถามผุดขึ้นเรื่องกฏเกณฑ์ในการซื้อหาอาวุธว่าง่ายไปไหม ซึ่งถ้าเทียบหาคำตอบกับหนังเรื่องนี้ เขาก็จะตอบคุณเลยว่า "ปืน" อ่ะ ไม่ผิด แต่วิธีการที่คนเอาไปใช้สิผิด ยกตัวอย่างเช่น หนังเลือกที่จะบอกคนดูว่าพระเอกมีปมเรื่องเกี่ยวกับปืน (จะบอกว่าในด้านติดลบก็เป็นไปได้) แต่พระเอกของเราก็ไม่ได้หันหลังให้กับการใช้ปืนแต่อย่างใด แต่เลือกที่จะใช้ "มัน" แก้ไข ลบปมอะไรที่ทำพลาดไปให้ตัวเองรู้สึก "ถูกต้อง" อีกด้วย
เอาเถอะมันหนังแอคชั่นไม่รู้จะคิดมากทำไมไม่รู้เนอะเรา สรุปแล้วถ้าต้องให้คะแนนหนังเรื่องนี้เอาไป 7/10 ละกัน ก่อนจะไป ขอฝากประโยชน์ดี ๆ เกี่ยวกับผักที่ชื่อว่า "แครอท" ที่พระเอกเราย้ำหนักย้ำหนาว่ามีประโยชน์ พร้อมกับข้อมูลหนังบางส่วนที่ได้มาจาก imdb จ้า
......................................................................
ประโยชน์จากแครอท
แครอทเป็นผักที่มีสารเบต้าแคโรทีนสูงที่สุดในบรรดาผักสีส้มด้วยกัน ซึ่งเบต้าแคโรทีนพอรับเข้าสู่ร่างกายก็จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่มีส่วนช่วยเหลือในการบำรุงสายตาอย่างที่เรารู้ๆ กัน นอกเหนือจากวิตามินเอ แครอทยังมีวิตามินบี 6 วิตามินซี และสารอาหารประเภทโพแทสเซียมรวมอยู่ด้วย เราสามารถบริโภคแครอททั้งแบบดิบ หรือทำให้สุกก็ได้ (ตามแต่จะชอบ) แต่เท่าที่ค้นพบปรากฏว่า ควรบริโภคแครอทแบบทำให้สุกจะดีกว่า เพราะการทำให้แครอทให้สุกจะช่วยเพิ่มสาร antioxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้น ซึ่งตัวสารชนิดนี้ก็ยังช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งได้ด้วย.....หุหุ ๆ มีประโยชน์ดี ๆ อย่างงี้เอง พระเอกของเราถึงได้สายตาดี๊...ดี
Source: www.carrotmuseum.co.uk
ข้อมูลหนังเบื้องต้น
ชื่อ: Shoot' Em Up "ยิงแม่งเลย"
สัญชาติ: อเมริกัน
ผู้กำกับ: Michael Davis (Double Dragon 1994, Monster Man 2003)
ผู้เขียนบท: Michael Davis
วันที่ออกฉาย: 20 กันยายน 2007
ประเภทหนัง: แอคชั่น/ผจญภัย/ระทึกขวัญ/ตลก (imdb ให้มาเยอะจริง)
นักแสดง: Clive Owen (Sin City, Children of Men) รับบทเป็น Mr.Smith
Paul Giamatti (Side Way, Lady in the Water) รับบทเป็น Hertz
Monica Bellucci (The Matrix Reloaded, Irreversible) รับบทเป็น Donna Quintano
ประโยคติดหู:
"Carrot!? It's good for your eyesight."
-------------------------------------------------------------------------------------------------
Hertz: Do you know why a gun is better than a wife? (รู้ไหมทำไมปืนถึงดีกว่าเมีย?)
Man who rides short gun: Dunno (ไม่รู้)
Hertz: Because you can put a silencer on a gun. (เพราะอย่างน้อยมันก็มีที่เก็บเสียง)
------------------------------------------------------------------------------------------------
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
--- มีข่าวออกมาว่าหนังเรื่องนี้เตรียมภาคต่อไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพี่ Clive ยืนยันจะกลับมารับบทเดิม (กิ้สสสส)
--- ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้ใช้กระสุนเปลืองที่สุด
--- หนังเรื่องนี้ใช้เลือดไป 15 แกลลอน ใช้ปืนไป 18 กระบอก
--- รู้ไหมว่าบทของทารก Oliver ถูกคัดเลือกตั้งแต่เด็กยังไม่คลอดออกมา โดยผู้กำกับพยายามควานหาตัวคุณแม่ที่มีหมายกำหนดจะให้กำเนิดลูกแฝดในช่วงเวลาพอดีกับการเปิดกล้อง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ภาพออกมาสมจริงกับบทบาทเด็กแรกคลอด
--- ในเรื่องพระเอกขับรถทั้งหมด 2 คัน ซึ่งทั้ง 2 คันเป็นรถยี่ห้อ BMW ซึ่ง Clive Owen ได้รับบทแสดงในหนังตัวโฆษณาป็นคนขับรถ
Source: www.imdb.com
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอบคอมเม้นท์จ้า
ตอบนิจิโยะ
เห็นด้วยกับที่นิจิโยะจังพูดนะงิ เชื่อว่าถ้าในกรณีคนไม่ดีจะทะเลาะกันจริง ก็คงเป็นประเภทร้ายลึกมากกว่า งานนี้ไม่รู้เรื่องจะจบแบบไหน
ตอบลีห์จัง
ขอบคุณมากเน้อที่มาคอมเม้นท์ให้ คิดถุงอยู่ทุกวันนะย่ะ ได้ข่าวมาว่าจบแล้วนะพี่ prince of tennis อ่ะ แต่เรายังไมได้ไปตามดูนะ รอลุ้นต่อไป เหมือนกับเขาจะบอกว่าคนที่มาแสดงนี่พากษย์เสียงด้วยมั้งนั่น สำหรับเราดูเวอร์ชั่นไหนก็ได้ไม่เป็นไร ผู้ชายเยอะดี มีความสุข 555++
ตอบคุณ DoGiDOizz
เราว่าอาจเพราะความเร้วเน็ตมั้งค่ะ มันเลยไม่โหลดขึ้นให้ บางทีเราดูจากยูทูบก็เป็นแบบนี้บ่อย ๆ แค่เข้ามาคอมเม้นท์ให้ก็ดีใจแล้วค่ะ ไม่เป็นไร
ตอบคุณ zomLiBRE
หง่า แสดงว่าการ์ตูนนั่นล้อเลียนตอนที่เล่นแล้วล้มจริง ๆ ชิมิค่ะ...เหอ ๆ เรื่องเล่นโบว์ลิ่งแล้วแป่กนี่ไม่เข้าใครออกใครหรอกค่ะ แป่กแต่ได้สไตรค์นี่....แนวเลยจ้า
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ป.ล. ทำไมเราเขียนบล็อกย้าว ๆ ยาว ใครมันจะยอมลงทุนอ่านเนี่ย -*-
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ผลัดหลงเข้ามา หรือเข้ามาโดยตั้งใจ
มากเลยค่ะ ถึงไม่ได้อ่านอะไรย้าว ยาวข้างบน ก็คอมเม้นท์ได้
นะ....ไปหล่ะค่ะ....ฟิ้วววว

2. กลัวชื่อที่แปลออกมามากอยู่ ดุดันมันส์สะอารมณ์ อิอิ
#1 By mayom3000 on 2008-01-23 13:07